หลวงพ่อวัดป่าเลไลยก์ เป็นพระก่ออิฐถือปูน ขนาดใหญ่    มีความสูง ๒๓.๔๗ เมตร  เป็นพระพุทธรูปสมัยทวารวดีตอนปลาย อายุประมาณพันกว่าปี  ได้รับการบูรณะถึง ๔ ครั้ง ครั้งแรก เมื่อ พ.ศ.๑๗๐๖  โดยมอญน้อย   แสดงว่าหลวงพ่อวัดป่าเลไลยก์จะต้องมีอายุเกินกว่า  พ.ศ.๑๗๐๖      ขึ้นไปอีกไม่น้อยกว่าหนึ่งร้อยปี  ครั้งที่  ๒ ในสมัยอยุธยาตอนปลาย  สมเด็จพระที่นั่งสุริยาสน์อมรินทร์ ในรัชกาลที่  ๓๓ กษัตริย์พระองค์สุดท้าย แห่งกรุงศรีอยุธยา  ทรงโปรดให้พระยาสีหราชเดโชไชย ไปสร้างวิหารวัดป่าเลไลยก์ คงจะต้องบูรณะ องค์หลวงพ่อวัดป่าเลไลยก์ด้วย ครั้งที่ ๓ ในรัชกาลที่  ๔   แห่งกรุงรัตนโกสินทร์     พระบาทสมเด็จ พระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ให้พระยานิกรบดินทร์  มาบูรณะปฏิสังขรณ์   และครั้งที่ ๕  ในรัชกาลปัจจุบัน บูรณะเมื่อปี พ.ศ. ๒๕๓๙  

Luang Pho To

Vihara of Luang Pho To

Mon Style Chapel

Ban Khun Chang

การสร้างซ่อมแซมตัวพระวิหารครั้งล่าสุด  ในรัชกาลที่ ๙ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ตัววิหาร มีขนาดดังนี้
-  ตัวพระวิหาร สูง  ๒๘.๕๐ เมตร กว้าง  ๒๓.๓๐ เมตร   ยาว  ๓๑.๑๐ เมตร
-  เพดาน สูง  ๓๘.๓๘ เมตร
-  ขื่อ  ยาว ๖.๘๙ เมตร กว้าง  ๓๖  เมตร
มีช่องหน้าต่างที่หน้าบันด้านหลังพระวิหาร ๓  ช่อง  ด้านข้าง  ๆ ละ ๖  ช่อง    ด้านหน้ามีประตู  ๓  ประตู ประตูกลางกว้าง ๓.๑๕ เมตร สูง  ๖.๔๔  เมตร    หน้าพระวิหารมีเจดีย์สมัยอยุธยา
 

หลังวิหารหลวงพ่อวัดป่าเลไลยก์ถัดลงมาทางใต้ มีวิหารมอญหลังหนึ่ง  มีพระประธานศิลปะ คล้ายขนมต้ม คนเก่าเล่าว่า  มอญเป็นผู้สร้างจึงหันพระพักตร์ไปทางเมืองมอญ ซึ่งอยู่ทางทิศตะวันตกปัจจุบัน พระธรรมมหาวีรานุวัตร  เจ้าอาวาสองค์ปัจจุบันได้ทำเรื่องขอการบูรณะ จนเสร็จสิ้นเมื่อ พ.ศ. ๒๕๔๓ 

วัดป่าเลไลยก์มีความเกี่ยวข้องกับวรรณคดีอันลือชื่อของไทย  คือ เสภาขุนช้างขุนแผน    นิราศเมืองสุพรรณของสุนทรภู่  และนิราศสุพรรณของเสมียนมี หรือหมื่นพรมสมพักศร
           เสภาขุนช้างขุนแผน  เมื่อนางทองประศรี พาพลายแก้วไปอยู่เมืองกาญจน์เก็บหอมรอมริบ จนกระทั่งมีฐานะเป็นเศรษฐีและพลายแก้วโตบรรพชาเป็นสามเณรและได้มาเรียนคาถาอาคม พร้อมกับเทศน์มหาชาติ กับสมภารมี  วัดป่าเลไลยก์ สุพรรณบุรี     เพื่อเป็นการอนุลักษณ์เรื่องราวดีๆ   ทางวัดป่าเลไลยก์ ได้จัดให้มีเทศน์มหาชาติขึ้นเป็นประจำทุกปี และสร้างบ้านขุนช้าง เป็นเรือนไทย ไม้สัก เพื่อให้ลูกหลานได้ทัศนศึกษาสืบต่อไป.......

ที่หน้าวิหารหลวงพ่อวัดป่าเลไลยก์ มีเจดีย์ทรงมอญอยู่องค์หนึ่ง  มีผุ้พบพระเครื่องสนิมแดง  เรียกว่าพระ  “เขมรขนนก”    เป็นพระศิลปลพบุรีที่สวยมาก  นอกจากนั้นยังมีผู้พบพระบูชาสมัยลพบุรีอีก  จึงพอสันนิษฐานว่า ยุคสมัยได้ต่อเนื่องกันเรื่อยมาตั้งแต่ทวารวดีมาสู่ลพบุรี  ปัจจุบันพระดังกล่าวหายากยิ่ง ราคาสูงมาก  ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันวัดป่าเลไลยก์ มีเกจิอาจารย์สืบเนื่องมาโดยตลอด..เช่น       สมภารมี  หลวงพ่อสอน  หลวงพ่อถิร  และปัจจุบันหลวงพ่อฉลอง  ที่พอจะเหลือให้บูชาอยู่บ้างก็มีของ  หลวงพ่อถิร (พระขุนแผน  เมตตาดีนักแล

Ceremonial and Sacramental Objects

< Home

ภาพวัตถุมงคล หน้า 1   2   3   4   5   6   7   8   9 10 11 12 13